วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

แกงจืดวุ้นเส้นเต้าหู้


แกงจืดวุ้นเส้นเต้าหู้
          

 "เมนูทานง่าย ทานอร่อย ทานได้ทั้งครอบครัว"  

มาดูวัตถุดิบและเครื่องปรุงกันเลยดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบและเครื่องปรุง
  1. เต้าหู้ไข่ 2 หลอด ตัดแบ่งเป็นท่อนๆพอดีคำ
  2. วุ้นเส้นอบแห้ง  นำมาแช่น้ำให้นิ่มก่อน
  3. โปรตีนเกษตรแบบเม็ดเล็ก (นำไปแช่น้ำต้มสุกให้พองตัวและนิ่มก่อน จากนั้นจะนำไปต้มหรือลวกอีกครั้งก่อนเพื่อนำมาใช้ก็ได้)
  4. เห็อออรินจิล้างให้สะอาดและนำมาหั่นเป็นชิ้นบางๆหรือลูกเต๋าตามชอบใจ
  5. เห็ดนางฟ้าล้างให้สะอาดแล้วนำมาฉีกเป็น 3-4 ส่วนต่อหนึ่งดอก
  6. เห็ดหูหนูดำ ล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
  7. เห็ดหูหนูขาว ก่อนนำมาใช้ให้แช่น้ำก่อนแล้วนำมาล้างหั่นเป็นชิ้นๆ
  8.  เห็ดเข็มทองล้างให้สะอาดแล้วฉีกเป็นส่วนๆ
  9. ผักกาดขาวล้างให้สะอาดและนำมาหั่นให้ได้ขนาดพอทาน
  10. แครอทปลอกเปลือกแล้วนำมาล้างให้สะอาด จากนั้นมาทำให้เป็นชิ้นบางพอดีคำ
  11. ต้นหอมและผักชี ล้างให้สะอาดและนำมาหั่นซอย
  12. กระเทียม  5-10 กลีบ
  13. รากผักชี  3-4 ราก นำมาล้างให้สะอาด
  14. เกลือป่น 
  15. พริกไทยดำแบบเม็ดหรือป่น
  16. ซุปเห็ดหอมก้อน
  17. ซีอิ้วขาวเห็ดหอม

วิธีทำ
  1.  นำรากผักชีที่โขลกกับกระเทียมและพริกไทยดำ  ใส่ลงในหม้อต้มที่เติมน้ำสะอาดไว้ จากนั้นนำหม้อไปตั้งไฟจนเดือด  ใส่ซุปเห็ดหอมก้อนลงไปพอละลาย ชิมรสชาติ  เติมเกลือป่น  และซีอิ้วขาว ตามความชอบ
  2. ใส่แครอท เห็ดออรินจิ เห็ดหูหนุดำ เห็ดหูหนูขาว และโปรตีนเกษตรลงไปต้มก่อน  จากนั้นใส่วุ้นเส้น  เห็ดนางฟ้า เห็ดเข็มทอง และผักกาดขาวลงไป พอเดือดอีกครั้งใส่เต้าหู้ไข่ลงไป  พอสุกปิดเตา
  3.  ตักแกงจืดใส่ถ้วย โรยด้วยต้นหอมผักชี  ถ้าต้องการเพิ่มความเผ็ดร้อนก็เติมพริกไทยดำป่นลงไป

           แค่นี้ก็สำเร็จเสร็จสิ้นพร้อมรับประทานกันแล้วค่ะ  วัตถุดิบและส่วนประกอบที่ใช้อาจเปลี่ยนแปลงได้เลยตามความสะดวกและความชอบใจนะคะ 



วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ซุปมักกะโรนีเห็ด

          ต่อจากเมนูสปาเก็ตตี้เรามาลองทำอีกหนึ่งเมนูเส้นพาสต้า เมนูนี้ทานได้ดีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ ที่สำคัญทำได้ไม่ยากเลย เมนูที่ว่านี้ก็คือ เมนูซุปมักกะโรนีเห็ด

ส่วนผสมและวัตถุดิบ

  1. เส้นมักกะโรนีต้มสุก วิธีการต้มเส้นมักกะโรนีก็จะคล้ายๆกับการต้มเส้นสปาเก็ตตี้ คือต้มในน้ำเดือดประมาณ 10-15 นาที หมั่นคนไม่ให้เส้นติดกัน จากนั้นตักขึ้นมาแช่น้ำเย็นหรือจะคลุกเคล้าด้วยน้ำมันพืชหรือน้ำมันมะกอกพักทิ้งไว้ก่อนก็ได้ค่ะ
  2. เห็ดออรินจิหั่นเต๋า 
  3. โปรตีนเกษตรแบบเม็ดเล็ก นำมาแช่น้ำต้มสุก หรือจะนำไปลวกจนสุกก่อนก็ได้นะคะ
  4. มะเขือเทศหั่นเต๋า แต่ถ้าเป้นมะเขือเทศสีดาอาจใช้การผ่าครึ่งก็ได้
  5. แครอทหั่นแว่น
  6. หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า 
  7. ซุปเห็ดหอมก้อน
  8. ผงเห็ดหอมปรุงรสหรือใช้เป็นซอสเห็ดหอมชนิดข้นก็ได้
  9. น้ำเปล่าสำหรับต้ม
  10. พริกไทยป่น
  11. เกลือป่น
  12. ต้นหอมซอยตามชอบ
วิธีทำ
  1. เติมน้ำใส่หม้อแล้วยกตั้งไฟ นำแครอทลงไปต้มจนสุก แล้วใส่ผงซุปก้อนเห็ดหอมลงไป 
  2. นำโปรตีนเกษตรที่แช่น้ำและบีบน้ำออกแล้วใส่ลงไป 
  3. ใส่เห็ดออรินจิหั่นเต๋าลงไป
  4. พอโปรตีนและเห็ดสุกแล้วใส่มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ และมักกะโรนีต้มสุก
  5. ตั้งไปรอให้เดือดอีกครั้ง ยกลงปรุงรสด้วยเกลือป่น ผงเห็ดหอมหรือซอสเห็ดหอมข้น และพริกไทย ชิมรสตามชอบใจ 
  6. ตักใส่ถ้วยโรยด้วยต้นหอมซอยพร้อมเสิร์ฟ



สปาเก็ตตี้ซอสครีมเห็ด

       ออกตัวก่อนเลยนะคะว่าเมนูนี้อาจจะไม่ได้เป็นแนวอิตาเลี่ยนจ๋าตามแบบต้นฉบับ  แต่ใครที่ชอบทานสปาเก็ตตี้เป็นทุนเดิม อยากลองหาสูตรง่ายๆไปทำทานเอง บอกได้เลยว่าไม่ผิดหวัง แต่รสชาติจะถูกปากหรือไม่นั้นคงต้องขึ้นอยู่กับเทคนิคเฉพาะบุคคลนะคะ
       มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบและเครื่องปรุงรส

  1. เส้นสปาเก็ตตี้
  2. เห็ดออรินจิ
  3. เนยสดรสเค็มหรือจืด
  4. หอมหัวใหญ่สับ
  5. แป้งสาลี
  6. เกลือป่น
  7. พริกไทยดำ
  8. ซุปก้อนเห็ดหอม
  9. นมสดหรือนมข้นจืด
วิธีทำ

  1. ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ให้สุก : ตั้งน้ำเดือด ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงต้มนานประมาณ 10 นาที (ระหว่างต้มให้หมั่นคนบ่อยๆ เส้นจะได้ไม่ติดกัน) ตักขึ้นแล้วนำไปเคล้าน้ำมันพืชหรือน้ำมันมะกอกให้ทั่ว พักไว้
  2. ใส่เนยสดในกะทะ พอเนยละลายใส่หอมใหญ่สับลงไปผัดให้สุก
  3. เติมแป้งสาลีลงไปผัดเร็วๆ นำซุปเห็ดหอมที่ละลายน้ำอุ่นเทลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน
  4. ใส่เห็ออรินจิที่หั่นเรียบร้อยแล้วลงไปผัดให้สุก เติมนมสดหรือนมข้นจืด
  5. ปรุงรสด้วยเกลือป่น และพริกไทย ผัดซอสให้งวดเป็นน้ำครีมข้น
  6. นำเส้นสปาเก็ตตี้ลงผัดเคล้าซอสให้ทั่ว หรือจะใช้วิธีราดน้ำซอสบนเส้นสปาเก็ตตี้ก็ได้



แต่ถ้าใครอยากเปลี่ยนจากเส้นสปาเก็ตตี้เป็นเส้นพาสต้าแบบอื่น เช่น มักกะโรนีก็ทำได้เช่นกันนะคะ

ที่สีแดงๆนั่นเพราะใส่พริกปาปริกาลงไปด้วยค่ะ เพิ่มรสชาติให้มีความเผ็ดร้อนนิดหน่อย แต่อร่อยดีนะคะ



วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

แกงเขียวหวานมังสวิรัติ

แกงเขียวหวานมังสวิรัติ


เครื่องปรุง               
  1. น้ำพริกแกงแกงเขียวหวาน  ๓-๔ ช้อนโต๊ะ
  2. โปรตีนเกษตร  ๒ ถ้วย
  3. เห็ดฟาง  ๓ ขีด
  4. มะเขือเปราะ  ๑/๒ ก.ก.
  5. มะเขือพวง ๒ ขีด
  6. กระชายหั่นฝอย  ๑ ขีด
  7. มะพร้าวขูด  ๑ ก.ก.
  8. พริกชี้ฟ้า ,ใบมะกรูด ,ซีอิ๊วขาว ,เกลือ ,น้ำตาลปี๊บ

วิธีทำ
  1. แช่โปรตีนเกษตรด้วยน้ำเดือดให้นิ่ม หั่นชิ้นพอเหมาะ
  2. คั้นกะทิ ตักหัวกะทิใส่กระทิ เคี่ยวให้แตกมัน ใส่น้ำพริกลงผัดให้หอม ใส่โปรตีนลงผัดให้เข้าเนื้อ  ค่อยๆ เติมกะทิ เติมเกลือ ซีอิ๊วขาว ผงซุปเห็ดหอมก้อน ซอสข้นเห็ดหอม น้ำตาลเล็กน้อย เติมกะทิให้พอเหมาะ  พอเดือดใส่เห็ดฟางก่อน แล้วใส่มะเขือเปราะ  มะเขือพวง กระชายหั่นซอย พร้อมกัน พอสุกใส่ใบมะกรูดฉีก ใบโหระพา พริกชี้ฟ้าหั่นซอย ยกลง




วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

แหนมเห็ดทอด

แหนมเห็ดทอด
          เมนูรสเด็ดที่จะนำเสนอนี้จัดได้ว่าเป็นเมนูเพื่อคนรักสุขภาพโดยแท้ เพราะวัตถุดิบหลักที่นำมารังสรรความอร่อยนี้มาจาก เห็ดนางฟ้า ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนและวิธีการปรุงแต่งรสชาติความอร่อย เรามารู้จักกับตัวแม่ที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับเมนูแหนมเห็ดทอดนี้ นั่นก็คือ เห็ดนางฟ้า
เห็ดนางฟ้า
          เห็ดนางฟ้ามีรูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกับเห็ดนางรม เห็ดทั้งสองชนิดนี้จัดอยู่ในวงศ์ (family) เดียวกัน    ชื่อ "เห็ดนางฟ้า" เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นในเมืองไทย คนไทยบางคนเรียกว่าเห็ดแขก เนื่องจากมีผู้พบเห็นเห็ดนี้ครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย พบขึ้นตามธรรมชาติบนตอไม้เนื้ออ่อนที่กำลังผุ ในแถบเมืองแจมมู (Jammu) บริเวณเชิงเขาหิมาลัย ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Pleurotus sajor-caju (Fr.) Singer
          เห็ดนางฟ้าถูกนำไปเลี้ยงในอาหารวุ้นเป็นครั้งแรกโดย Jandaik ในปี ค.ศ. 1947 ต่อมา Rangaswami และ Nadu แห่ง Agricultural University, Coimbattore ในอินเดียเป็นผู้นำเชื้อบริสุทธิ์ของเห็ดนางฟ้าเข้ามาฝากไว้ที่ American Type Culture Collection (ATCC) ในอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1975 ได้ทราบว่าประมาณปี ค.ศ. 1977 ทางกองวิจัยโรคพืช กรมวิชาการเกษตร เป็นผู้นำเชื้อจาก ATCC เข้ามาประเทศไทยเพื่อทดลองเพาะดู ปรากฏว่าสามารถเจริญได้ดี
          อีกสายพันธุ์หนึ่ง เป็นเห็ดที่มีผู้นำเข้ามาจากประเทศภูฐาน มาเผยแพร่แก่นักเพาะเห็ดไทย ได้มีการเรียกชื่อเห็ดนี้ว่า เห็ดนางฟ้าภูฐาน มีหลายสายพันธุ์ซึ่งชอบอุณหภูมิที่แตกต่างกัน บางพันธุ์ออกได้ดีในฤดูร้อน บ้างพันธุ์ออกได้ดีในฤดูหนาว เป็นที่นิยมมาเพาะเป็นการค้ากันมาก
          ลักษณะของดอกเห็ดนางฟ้า มีลักษณะคล้ายกับดอกเห็ดเป๋าฮื้อ และดอกเห็ดนางรม เมื่อเปรียบเทียบกับเห็ดเป๋าฮื้อ ดอกเห็ดนางฟ้าสีจะอ่อนกว่า และมีครีบอยู่ชิดกันมากกว่า เห็ดนางฟ้าสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นนานได้หลายวัน เช่นเดียวกับเห็ดเป๋าฮื้อ เนื่องจากเห็ดชนิดนี้ไม่มีการย่อตัวเหมือนกับเห็ดนางรม ด้านบนของดอกจะมีสีนวลๆ ถึงสีน้ำตาลอ่อน
          เห็ดนางฟ้ามีรสอร่อย เวลานำไปปรุงอาหารจะมีกลิ่นชวนรับประทาน เห็ดชนิดนี้สามารถนำไปตากแห้ง เก็บไว้เป็นอาหารได้ เมื่อจะนำเห็ดมาปรุงอาหาร ก็นำไปแช่น้ำเห็ดจะคืนรูปเดิมได้
เห็ดนางฟ้าจะไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศมาก กล่าวคือ เมื่ออากาศปกติการบ่มเชื้อจะใช้เวลาประมาณ 20-25 วัน แต่หากเป็นช่วงฤดูหนาวหนาวจะใช้เวลาในการบ่มเชื้อเพียง 15-20 วันเท่านั้น และในช่วงเวลาอากาศเย็นจะออกดอกเร็ว ดอกมีสีเข้ม แต่ถ้าในช่วงหน้าร้อนจะออกดอกช้า และดอกมีสีจางลง

คุณค่าทางโภชนาการของเห็ดนางฟ้าหนัก 100 กรัม
  1. พลังงาน 260.70 กิโลแคลอรี่
  2. ความชื้น 88.90 %
  3. โปรตีน 25.8 %
  4. คาร์โบไฮเดรต 45.60 %
  5. ไขมัน 4.1 %
  6. เยื่อใย 8.6 %
  7. เถ้า 11.8 %

          เห็ดนางฟ้าเป็นเห็ดที่มีขนาดของดอกปานกลาง เนื้อแน่น รสชาติดี กรอบ อร่อย มีไขมันต่ำ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึงเป็นที่นิยมของตลาดและผู้บริโภคโดยทั่วไป

ข้อมูลอ้างอิง: กรมวิชาการเกษตร
ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล:

          เมื่อได้ทำความรู้จักกับวัตถุดิบหลัก ซึ่งก็คือ เห็ดนางฟ้ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้มาดูกันต่อว่าสิ่งที่ต้องเตรียมในลำดับต่อไปของเมนูนี้คืออะไรบ้าง อย่าช้ามาดูพร้อมๆกันเลยค่ะ

ส่วนประกอบในการทำเมนูแหนมเห็ดทอด
1. แหนมเห็ด 
2. เกล็ดขนมปัง
3. แป้งอเนกประสงค์สำหรับทอด หรือที่รู้จักกันในนาม แป้งโกกิ
4. ซีอิ้วขาว
5. น้ำเปล่า
6. เกลือ
7. น้ำมันสำหรับทอด

ขั้นตอนการเตรียมแหนมเห็ดสำหรับนำไปทอด
1. นำแหนมเห็ดที่จัดเตรียมไว้แล้วมาแกะเปลือกพลาสติกที่ห่อหุ้มออก จากนั้นนำมาเตรียมรอคลุกกับแป้ง
2. ผสมแป้งโกกิกับน้ำ ในปริมาณที่เนื้อแป้งที่ผสมนั้นสามารถเกาะติดอาหารที่นำไปคลุกได้ ถ้าต้องการปรุงรสอาจใช้เกลือ/ซีอิ้วขาวปรุงในขั้นตอนนี้ เมื่อได้แป้งที่เหมาะสำหรับคลุกแหนมแล้วขั้นตอนต่อไป
3. นำแหนมเห็ดที่เตรียมไว้มาคลุกกับแป้ง จากนั้นนำไปคลุกกับเกล็ดขนมปังให้ทั่วทั้งชิ้น
4. นำแหนมที่คลุกเกล็ดขนมปังลงทอดในกะทะ ที่มีน้ำมันเตรียมอุ่นรอไว้แล้ว น้ำมันที่ใช้ทอดควรมีระดับที่ท่วมชิ้นอาหารเพื่อให้อาหารที่ทอดสุก และมีสีเหลืองทองที่สม่ำเสมอ 
5. ทอดในไฟกลางๆค่อนข้างอ่อน เพื่อให้กรอบนอก นุ่มใน 
6. ใช้กระชอนตักแหนมเห็ดที่ทอดได้ที่แล้ว ตั้งทิ้งไว้ในตะแกรงเพื่อสะเด็ดน้ำมัน
7. นำแหนมทอดที่กรอบอร่อย จัดเรียงในจานพร้อมเสิร์ฟด้วยผักเครื่องเคียง เช่น ผักกาดหอม พริกสด กระเทียมสด และแตงกวา
8. เมนูนี้สามารถแทนเล่นเป็นของว่างก็ได้หรือจะทานกับข้าวสวย ข้าวเหนียวร้อนๆก็อร่อยเหาะเช่นกันค่ะ

          สำหรับท่านใดสนใจอยากลองทำทานกันเองที่บ้านในช่วงเวลาสบายๆของครอบครัว ก็อย่ารอช้าจัดหาวัตถุดิบให้ครบ แล้วลงมือได้เลย แต่ถ้าใครสนใจอยากมาทานที่ร้านในช่วงวันหยุดหรือในโอกาสที่ผ่านมาแถวสัตหีบ ชลบุรีก็แวะมาได้ทุกวันนะคะ แม่ครัวต้นตำรับแหนมเห็ดทอดแสนอร่อยพร้อมให้บริการทุกท่านที่มาเยือนค่ะ และท่านใดสนใจอยากซื้อแหนมเห็ดกลับบ้านหรือสั่งทางไปรษณีย์ ก็สามารถสั่งซื้อได้ที่ โทรศัพท์ 080-6165544 
          ในครั้งหน้าจะมีเมนูเด็ดอะไรนำมาฝากกันอีก ต้องคอยติดตามกันต่อไปนะคะ